ประกาศ - สำหรับผู้โดยสารที่จะเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ต เชียงราย เชียงใหม่ อุดรธานี อุบลราชธานี ขอนแก่น และกระบี่ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง

ประกาศสำหรับผู้โดยสารที่จะเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ต เชียงราย เชียงใหม่ อุดรธานี อุบลราชธานี ขอนแก่น และกระบี่ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง โดยสายการบินอ้างอิงถึงประกาศของศูนย์ข้อมูลจังหวัดภูเก็ต เชียงราย เชียงใหม่ อุดรธานี อุบลราชธานี ขอนแก่น และกระบี่ ซึ่งผู้โดยสารที่เดินทางเข้ามาผ่านท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต เชียงราย เชียงใหม่ อุดรธานี อุบลราชธานี ขอนแก่น และกระบี่ จะต้องปฏิบัติตาม ดังนี้

ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต

พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 10 จังหวัด และ พื้นที่ควบคุมสูงสุด 24 จังหวัด (กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรสาคร สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส พระนครศรีอยุธยา ฉะเชิงเทรา สุพรรณบุรี สระบุรี ชัยนาท นครนายก นครสวรรค์ อ่างทอง อุทัยธานี ปราจีนบุรี สิงห์บุรี ลพบุรี สมุทรสงคราม กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชลบุรี ระยอง นครราชสีมา ตาก นครศรีธรรมราช กระบี่ ระนอง)

  1. ต้องเป็นผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด - 19 ครบ 2 เข็ม หรือครบโดสตามจำนวนวัคซีนแต่ละชนิด หรือได้รับวัคซีนชนิด AstraZeneca จำนวน 1 เข็ม มาแล้วเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 14 วัน

หรือ เป็นผู้ที่หายจากอาการป่วยด้วยโรคโควิด - 19 มาแล้วไม่เกิน 90 วัน และ ต้องได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด - 19 ด้วยวิธีการ RT - PCR หรือวิธีการ Antigen Test ไม่เกิน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับการตรวจ

  1. ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน“หมอชนะ” บนสมาร์ทโฟน และยินยอมเปิดแชร์ตำแหน่งที่ตั้ง(location) ตลอดเวลาระยะเวลาที่อยู่ในจังหวัดภูเก็ต
  2. ลงทะเบียนออนไลน์ผ่านเว็บไซต์gophuget.com เพื่อแจ้งข้อมูลการเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ต

ท่าอากาศยานนานาชาติแม่ฟ้าหลวง เชียงราย

  1. ผ่านการฉีดวัคซีนป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 Sinovac จำนวน 2 เข็ม หรือครบโดสตามจำนวนวัคซีนแต่ละชนิด หรือชนิด AstraZeneca จำนวน 1 เข็ม มาแล้วไม่น้อยกว่า 2 สัปดาห์ หรือมีผลการตรวจ Rapid test ไม่เกิน 72 ชั่วโมง
  2. มีใบรับรองการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธีRT-PCR หรือวิธี Antigen Rapid Test ภายใน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง * ไม่มีบริการตรวจ ณ สนามบิน กรณีที่สายการบินและผู้โดยสารประสบปัญหาขาดเอกสารผลการตรวจ ที่ประชุมมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานควบคุมโรคท่าอากาศยานเชียงราย ออกใบสั่งกัก Home Quarantine (HQ)ให้ผู้โดยสารกักตัวที่บ้านต่อไป เป็นเวลา 14 วัน หากไม่เช่นนั้น เจ้าพนักงานควบคุมโรค จะสั่งกักตัวท่าน ดังนี้

- กรณีคนในพื้นที่ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดเชียงราย เดินทางกลับสั่งกักตัวที่บ้าน (HQ) เป็นเวลา 14 วันหรือเท่าจำนวนที่อยู่ในจังหวัด

- กรณีคนนอกพื้นที่ภูมิลำเนา จังหวัดเชียงราย สั่งกักตัว ที่ Local Quarantine (โรงเเรมเวียงอินทร์) เป็นเวลา 14 วันหรือเท่าจำนวนที่อยู่ในจังหวัด

ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่

ผู้โดยสารที่เดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด หรือสีแดงเข้ม 10 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรปราการ สมุทรสาคร สงขลา ยะลา ปัตตานี นราธิวาส รวมทั้งอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ต้องปฏิบัติ ดังนี้

  1. ให้บันทึกข้อมูลลงในระบบ “CM-CHANA” ไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมงก่อนเดินทางเข้ามาในจังหวัดเชียงใหม่ และสามารถแสดงหลักฐานการลงทะเบียนดังกล่าวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ https://cmsdm.net/COVIDH/cm_rule.php ระหว่างที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำที่ได้รับแจ้งจากระบบ CM-CHANA หากไม่ได้รับคำแนะนำจากระบบ SMS ให้ติดต่อโทรศัพท์หมายเลข 08 - 4805 – 3131
  2. รายงานตัวต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่ หรือ ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน อสม.เพื่อรับคำสั่งกักตัว หรือตรวจหาเชื้อโควิด-19 (swab)

2.1 กรณีผู้ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ ให้ทำการ Home Quarantine อยู่ในสถานที่พักของตนเองเป็นเวลา 14 วัน

2.2 กรณีไม่มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จะต้องกักตัวอยู่ในสถานที่ที่ทางราชการกำหนด โดยจังหวัดเชียงใหม่ได้ใช้พื้นที่กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดเชียงใหม่ ที่ 1 เป็นสถานที่กักตัว (ALQ) โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถใช้สถานที่กักกันทางเลือกซึ่งเป็นโรงแรมที่ผ่านการประเมินแล้ว จำนวน 5 แห่ง ได้แก่ โรงแรม BP City โรงแรม เมาเท่นครีก โรงแรม ชาลา No.6 โรงแรมรัตนโกสินทร์ และโรงแรมกลุ่มล่ามช้าง แต่จะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง

2.3 หากฉีดวัคซีนครบ 2 โดส ไม่ต้องตรวจหาเชื้อโควิด-19 เว้นแต่ มีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก และยังต้องกักตัว 14 วันเช่นกัน

ท่าอากาศยานนานาชาติอุดรธานี

  1. ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี https://covid.udpho.org/ จากสถานีต้นทาง เพื่อให้ผู้โดยสารรายงานตัว พร้อมบันทึกหน้าจอที่ดำเนินการเรียบร้อย เมื่อมาถึงท่าอากาศยานนานาชาติอุดรธานียื่นการลงทะเบียนให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ
  2. ผ่านการฉีดวัคซีนป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 Sinovac / Sinopharm จำนวน 2 เข็ม หรือชนิดAstraZeneca จำนวน 1 เข็ม น้อยกว่า 4 สัปดาห์ จะต้องทำการกักตัว  หรือ ฉีดวัคซีนป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 Sinovac / Sinopharm จำนวน 2 เข็ม หรือชนิด AstraZeneca จำนวน 1 เข็ม เป็นเวลา 4 สัปดาห์ขึ้นไป หรือชนิด AstraZeneca จำนวน 2 เข็ม ไม่ต้องทำการกักตัว
  3. สำหรับผู้เดินทางมาจากพื้นที่จังหวัดเสี่ยง22 จังหวัด  ได้แก่ กรุงเทพมหานคร  สมุทรปราการ  นนทบุรี  ปทุมธานี  ชลบุรีสมุทรสาคร  นครปฐม  พระนครศรีอยุธยา  เพชรบุรี  ประจวบคีรีขันธ์  สงขลา  ฉะเชิงเทรา  ระนอง  ระยอง  นครศรีธรรมราช  ราชบุรี  ตรัง  นราธิวาส  สระบุรี  จันทบุรี ยะลา  ปัตตานี  จะต้องทำการกักตัวส่วนกลางโดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี

ท่าอากาศยานนานาชาติอุบลราชธานี

  1. ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน“ไทยชนะ” และ “ฮักอุบล” (ได้ที่ hugubon.com) หรือสแกนจากสถานีต้นทาง พร้อมบันทึกหน้าจอที่ดำเนินการเรียบร้อย เมื่อมาถึงท่าอากาศยานนานาชาติอุบลราชธานียื่นการลงทะเบียนให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ
  2. กักตัวเองที่บ้าน 14 วัน และปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข

ท่าอากาศยานนานาชาติขอนแก่น

  1. สแกน QR code สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น จากสถานีต้นทาง เพื่อให้ผู้โดยสารรายงานตัว พร้อมบันทึกหน้าจอที่ดำเนินการเรียบร้อย เมื่อมาถึงท่าอากาศยานนานาชาติขอนแก่นยื่นการลงทะเบียนให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ
  2. กักตัวเองที่บ้าน 14 วัน และปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข
  3. สำหรับผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่สีแดงเข้มและพื้นที่สีแดง ผ่านการฉีดวัคซีนป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 Sinovac / Sinopharm จำนวน 2 เข็ม หรือชนิด AstraZeneca จำนวน 1 เข็ม มาแล้ว28 วัน และมีผลตรวจโควิด-19 เป็นลบ ภายใน 72 ชั่วโมงก่อนเดิน ไม่ต้องทำการกักตัว

ท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่

  1. ประชาชนที่เดินทางเข้าจังหวัดกระบี่กรณีเดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 10 จังหวัดและพื้นที่ควบคุมสูงสุด 23 จังหวัดต้องมีเอกสารยืนยันว่าได้รับวัคซีนที่กระทรวงสาธารณสุขรับรองครบตามจำนวน หรือ AstraZeneca จำนวน 1 เข็ม มาไม่น้อยกว่า 14 วัน หรือมี เอกสารยืนยันผลการตรวจไม่พบเชื้อด้วยวิธี RT-PCR หรือ Rapid antigen test ไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง หากไม่มีเอกสารยืนยันให้กักตัว ณ ที่พัก 14 วันหรือตามระยะเวลาพำนัก โดยจะมีทีมงานสาธารณสุขประจำพื้นที่บริเวณห้องโถงขาเข้าในทุกเที่ยวบินทำหน้าที่สัมภาษณ์ผู้โดยสารทุกคนที่ไม่มีเอกสารอ้างอิงข้างต้นและทำการประเมินว่าจะต้องทำการส่งต่อเพื่อไปทำการตรวจที่โรงพยาบาลหรือไม่